News

วิวาห์สายฟ้าแลบ: บทลงทัณฑ์จากภรรยา(ที่เคย)แสนดี

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกรูดซิปปิดอย่างแรง เสียงของมันดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำ ผม ‘ภคิน’ หันไปมอง ‘นลิน’ ผู้หญิงที่ผมแต่งงานด้วยมาห้าปี เธอคือภรรยาที่แสนดี ทำอาหารเก่ง ดูแลบ้านไม่เคยขาดตกบกพร่อง แต่ในสายตาของผมตอนนี้… เธอช่างจืดชืด น่าเบื่อ และไม่มีอะไรเชิดหน้าชูตาผมในวงสังคมนักธุรกิจที่ผมกำลังก้าวเข้าไปได้เลย

“เซ็นใบหย่าซะ นลิน ผมทิ้งเงินไว้ให้คุณก้อนหนึ่ง คงพอให้คุณตั้งตัวได้” ผมโยนซองเอกสารลงบนเตียง “รตีรอผมอยู่ข้างล่าง ผมไม่อยากให้เธอรอนาน”

นลินมองซองเอกสารนั้นนิ่งๆ แววตาของเธอว่างเปล่าจนผมเดาไม่ออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ ไม่มีน้ำตา ไม่มีการฟูมฟายเหนี่ยวรั้งอย่างที่ผมคาดคิด เธอเพียงแค่หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้ามองผม

“ขอให้โชคดีกับสิ่งที่เลือกนะคะ ภคิน” น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยจนผมรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ แต่ผมก็สะบัดความคิดนั้นทิ้ง หิ้วกระเป๋าเดินออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หรูหราและเร้าใจกับ ‘รตี’ เลขาสาวสุดแซ่บที่อายุน้อยกว่าผมถึงเจ็ดปี

การ์ดเชิญสีทองและคำหัวเราะเยาะ
สองวันต่อมา ขณะที่ผมกำลังนอนจิบไวน์อยู่ริมสระน้ำในเพนต์เฮาส์หรูที่ผมเพิ่งซื้อเพื่อเป็นรังรักกับรตี เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น พนักงานคอนโดนำซองจดหมายสีดำประทับตราครั่งสีทองหรูหรามาส่งให้

ผมเปิดซองออกดู ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนรตีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำต้องขมวดคิ้วสงสัย

“มีอะไรน่าขำเหรอคะพี่คิน?” รตีเดินเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง

“ก็ดูนี่สิรตี การ์ดแต่งงาน… จากนลิน!” ผมโยนการ์ดใบนั้นลงบนโต๊ะกระจก “เพิ่งเลิกกับพี่ไปแค่สองวัน ส่งการ์ดแต่งงานมาซะแล้ว สงสัยจะจ้างผู้ชายที่ไหนมาจัดฉากแต่งงานเพื่อประชดพี่แน่ๆ ดูสิ พิมพ์ชื่อเจ้าบ่าวว่า ‘เตชินท์’… ตลกสิ้นดี คนอย่างนลิน วันๆ เดินตลาดสดกับซักผ้า จะไปรู้จักใครได้ ยิ่งชื่อเดียวกับคุณเตชินท์ มหาเศรษฐีเจ้าของทีซีเอสกรุ๊ปที่พี่กำลังจะไปขอร่วมทุนด้วย ยิ่งเพ้อเจ้อไปกันใหญ่!”

รตีหยิบการ์ดขึ้นมาดูแล้วเหยียดยิ้ม “โถ… น่าสงสารจังเลยนะคะ คงจะสติแตกไปแล้วแน่ๆ ถึงได้ลงทุนจัดฉากเล่นละครตบตาแบบนี้ พี่คินคะ… ในเมื่อเขาอุตส่าห์เชิญ เราก็ไปแสดงความยินดีกับเขากันหน่อยดีไหมคะ? รตีอยากจะเห็นหน้าเจ้าบ่าวรับจ้างของเธอใจจะขาดแล้ว”

ผมยิ้มมุมปาก “เอาสิ พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงจืดชืดอย่างนลิน จะเล่นละครฉากนี้ไปได้ถึงไหน”

งานวิวาห์ที่ไม่ได้อยู่ในสคริปต์
เย็นวันงาน ผมและรตีจัดเต็มด้วยชุดที่หรูหราที่สุด เราควงแขนกันเดินเข้าไปในโรงแรมระดับหกดาวที่ระบุไว้ในการ์ด แต่ยิ่งก้าวเข้าไป ผมก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ…

ห้องบอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาว ดอกกล้วยไม้ตระกูลแพงและกุหลาบนำเข้าจากต่างประเทศประดับประดาเต็มพื้นที่ แขกที่มาร่วมงานไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นนักการเมืองระดับประเทศ ซีอีโอบริษัทชั้นนำ และเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย

“พะ… พี่คินคะ นี่มันงานอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีแต่คนดังๆ ทั้งนั้นเลย” รตีเริ่มเสียงสั่น มือที่เกาะแขนผมเริ่มเย็นเฉียบ

ผมเองก็หน้าซีด เหงื่อเริ่มซึมชื้นที่ขมับ “พี่ก็ไม่รู้… หรือว่าเรามาผิดห้อง?”

แต่ก่อนที่ผมจะหันหลังกลับ เสียงพิธีกรบนเวทีก็ดังก้องขึ้น

“ขอเสียงปรบมือต้อนรับ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวของเรา… คุณเตชินท์ เลิศวรากุล และ คุณนลิน ศิริโภคทรัพย์ ครับ!”

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกะโหลก ผมเบิกตากว้างจนแทบถลน ทอดสายตาไปยังประตูบานใหญ่ที่เปิดออก ร่างของสตรีในชุดแต่งงานโอต์กูตูร์ประดับเพชรแท้ระยิบระยับกำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา ใบหน้าที่เคยถูกบดบังด้วยแว่นตาหนาเตอะและผมเผ้ายุ่งเหยิง บัดนี้ถูกแต่งแต้มอย่างวิจิตรบรรจง… นั่นคือนลิน อดีตภรรยาของผม!

และผู้ชายที่เดินเคียงข้างเธอ โอบเอวเธอด้วยความรักและทะนุถนอม… คือ เตชินท์ มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ ตัวจริงเสียงจริง!

“ศิริโภคทรัพย์… นามสกุลของเจ้าสัวธนินทร์ เจ้าของเครือข่ายอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียนี่นา!” รตีอุทานออกมาเสียงหลง ขาทั้งสองข้างของเธอแทบจะทรุดลงกับพื้น

ความจริงที่กระชากหน้ากากคนทรยศ
ผมยืนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลอะไรไม่ทัน รู้ตัวอีกที นลินในชุดเจ้าสาวและเตชินท์ก็เดินลงจากเวทีมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมและรตี แขกเหรื่อรอบข้างต่างเปิดทางและมองมาที่เราเป็นตาเดียว

“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ ภคิน… รตี” นลินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ

“น… นลิน นี่มันเรื่องอะไรกัน? คุณเป็นใครกันแน่?” ผมละล่ำละลักถาม เสียงสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

นลินปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน “ฉันก็คือ นลิน ศิริโภคทรัพย์ ทายาทเพียงคนเดียวของศิริโภคทรัพย์กรุ๊ปไงคะ ผู้หญิงที่คุณด่าว่าจืดชืดและไม่มีค่า… ผู้หญิงที่ยอมทิ้งฐานะของตัวเอง ปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเพื่ออยากพิสูจน์รักแท้ ว่าคุณจะรักฉันที่ตัวตน ไม่ใช่เงินทอง… แต่ห้าปีที่ผ่านมา คุณก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สันดานคนมักใหญ่ใฝ่สูงที่ไร้ความซื่อสัตย์ มันขัดเกลาไม่ได้จริงๆ”

คำพูดของเธอเหมือนใบมีดนับร้อยเล่มที่กรีดลงบนหน้าผม ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

เตชินท์ก้าวขึ้นมาโอบไหล่นลิน เขาจ้องมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม “คุณภคิน… บริษัทของคุณที่พยายามเสนอโปรเจกต์ให้ทีซีเอสกรุ๊ปพิจารณามาตลอดครึ่งปี ผมได้ตรวจสอบงบการเงินทั้งหมดแล้ว รู้สึกว่าคุณจะมีหนี้สินซุกซ่อนอยู่เยอะเลยนะครับ และที่สำคัญ… แหล่งเงินทุนหลักที่คุณกู้ยืมมาสร้างบริษัท ก็คือบริษัทในเครือศิริโภคทรัพย์”

“ม… หมายความว่ายังไงครับคุณเตชินท์?” ผมหน้าซีดเผือด

นลินเป็นคนตอบแทน “หมายความว่า พรุ่งนี้เช้า ทนายของศิริโภคทรัพย์จะส่งหนังสือทวงถามหนี้สินทั้งหมดที่คุณค้างชำระ หากคุณหาเงินสดมาคืนไม่ได้ภายในเจ็ดวัน… บริษัทที่คุณภาคภูมิใจนักหนา รถสปอร์ต และเพนต์เฮาส์ที่คุณเพิ่งซื้อไปนอนกกกอดกับเมียน้อย… จะถูกยึดทั้งหมดเพื่อขายทอดตลาดค่ะ”

“ไม่! นลิน คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ! ผมเป็น… ผมเคยเป็นสามีคุณนะ!” ผมตะโกนออกมาอย่างลืมตัว พยายามจะเอื้อมมือไปจับแขนเธอ แต่การ์ดชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามารวบตัวผมไว้ทันที

รตีเมื่อได้ยินว่าผมกำลังจะล้มละลายและไม่เหลืออะไรเลย เธอก็สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของผมทันที “ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับผู้ชายคนนี้แล้ว! พี่คิน… คุณมันตัวซวย ฉันเลิกกับคุณ!” พูดจบ รตีก็หันหลังวิ่งหนีออกจากงานไปอย่างไม่เหลียวแล

ผมถูกการ์ดลากตัวออกไปทางประตูหลังของโรงแรม ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาของแขกผู้มีเกียรติทั้งงาน ผมถูกโยนออกมาบนทางเท้าหน้าโรงแรม ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับมืดครึ้มและฝนก็เริ่มเทกระหน่ำลงมา

ผมเงยหน้ามองขึ้นไปยังแสงไฟเรืองรองของห้องบอลรูมชั้นบนสุด ความหยิ่งผยองและความทะเยอทะยานที่เคยมีพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี สองวันที่แล้วผมคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะที่ได้สลัดทิ้งของไร้ค่า แต่ความจริงแล้ว… ผมต่างหากที่เป็นเศษขยะที่ถูกเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์สลัดทิ้งอย่างเลือดเย็น.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!